ishydro.dwr.go.th
หน้าแรก   |  ข่าวสาร   |  แผนที่   |  ค้นหา   |  ขอรับบริการข้อมูล   |  คำถามที่ถามบ่อย   |  ความเป็นมา   |  ติดต่อเรา   |  ดาวโหลด (ฟรี)  

“ในหลวง” พระพักตร์แจ่มใส เสด็จฯทอดพระเนตรโครงการชั่งหัวมันเพชรบุรี

วันที่ลงข่าว 16/12/2013  เวลา 09:38:38

ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรความคืบหน้าผลการดำเนินงานโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี
วันนี้ (15 ธ.ค.) เมื่อเวลา 10.09 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินจากพระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปทอดพระเนตรผลการดำเนินงานโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ บ้านหนองคอไก่ ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ในส่วนของพื้นที่ปศุสัตว์ ในการนี้ได้พระราชทานนมแก่ลูกวัวที่คลอดได้ 25 วันเป็นเพศผู้พันธุ์โฮลสไตล์ ฟรีเชี่ยน หรือที่รู้จักกันในกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมทั่วไปว่าพันธุ์ขาว-ดำ โดยเกิดจากแม่วัวในโครงการเลี้ยงโคนมชื่อแม่ใบบัว ปกติลูกวัวจะได้กินนมวันละ 2 เวลาเช้า-เย็น ครั้งละ 2 ลิตรโดยใช้นมสดที่รีดมาจากแม่วัว สำหรับโคนมพันธุ์ดังกล่าวเป็นโคที่นิยมเลี้ยงกันในประเทศที่มีอากาศหนาวเย็น แต่ปัจจุบันได้มีการได้พัฒนาสายพันธุ์มาเพื่อให้เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา โดยมีคุณลักษณะพิเศษคือให้น้ำนมเยอะ

จากนั้นได้พระราชทานหญ้าแก่แม่โคนมจำนวน 9 ตัว โครงการเลี้ยงโคนมแห่งนี้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2553 ในระยะแรกได้นำโคนมที่ปลดจากการให้นมแล้ว จากโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดามาเลี้ยง 14 ตัว ต่อมาปี 2555 ได้เริ่มนำแม่พันธุ์โคนมเข้ามาเลี้ยงในพื้นที่ 19 ไร่ เป็นโคนมที่สหกรณ์โคนมห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด และสหกรณ์การเกษตรชุมพร รวมทั้งฟาร์มโคนมโชคชัย น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย ปัจจุบันได้เพิ่มปริมาณมีแม่โคที่สามารถรีดน้ำนมได้ 9 ตัว มีโคท้อง 2 ตัว และลูกโคอีก 9 ตัว การรีดน้ำนมจะทำวันละ 2 เวลา คือช่วง 7 โมงเช้า และบ่าย 4 โมงเย็น โคนมที่สามารถรีดน้ำนมได้ต้องเป็นแม่โคที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป เมื่ออายุครบ 15 ปีจะปลดจากการรีดนม ก่อนจะทำการรีดน้ำนมทุกครั้งจะต้องอาบน้ำทำความสะอาดก่อนครึ่งชั่วโมงแล้วใช้เครื่องรีดน้ำนมอัตโนมัติแบบถังหิ้วขนาดความจุน้ำนมสด 20 ลิตร แม่โคนม 1 ตัวจะให้น้ำนมเฉลี่ย 9-13 กิโลกรัมต่อวัน และภายหลังจากรีดน้ำนมเสร็จทุกครั้งจะต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดเต้านมทุกครั้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ส่วนน้ำนมสดที่ได้วันละ 150 กิโลกรัม ส่งไปจำหน่ายที่สหกรณ์โคนมชะอำ กิโลกรัมล่ะ 17 บาท เพื่อแปรรูปเป็นนมพาสเจอร์ไรส์ส่งให้โครงการนมโรงเรียนทั่วไป โดยปกติโคนมที่เลี้ยงกันทั่วไปจะไม่นิยมเลี้ยงปล่อยเพื่อป้องกันการสูญเสียพลัง แต่ในโครงการแห่งนี้เมื่อรีดน้ำนมเสร็จแล้วจะปล่อยแม่โคออกไปเลี้ยงให้กินหญ้าที่ปลูกไว้อย่างอิสระ ทำให้แม่โคมีสุขภาพที่ดี เป็นการเลี้ยงสัตว์ที่คำนึงสวัสดิภาพของสัตว์ (Aanimal Welfare)

และในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ จะขยายโครงการเลี้ยงโคนมเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งจะก่อสร้างโรงงานผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ และนมสเตอริไรส์ ขึ้นภายในพื้นที่โครงการ โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายโครงการก่อสร้างดังกล่าวในวงเงิน 60 ล้านบาท และทางโครงการจะสบับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงเลี้ยงโคนมเพิ่มขึ้น เพื่อจะได้รับซื้อน้ำนมดิบในปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างเพีียงพอสำหรับป้อนโรงงานในปริมาณวันละ 10 ตันต่อวัน จึงจะเพียงพอต่อกำลังการผลิต และจะรับซื้อน้ำนมดิบจากสหกรณ์โคนมห้วยสัตว์ใหญ่ ซึ่งแต่เดิมส่งน้ำนมดิบไปยังโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งของเกษตรกรไม่ให้เดินทางไกล รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ราษฎรได้ดื่มนมที่มีคุณภาพ โดยจะผลิตเป็นนมพาสเจอร์ไรส์ และสเตอริไรส์ วางจำหน่ายในพื้นที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน รวมทั้งอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคใต้ได้ร่วมกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแม่โคสาวเพิ่มให้กับโครงการอีกจำนวน 14 ตัว สำหรับเลี้ยงภายในโครงการ ซึ่งได้ดำเนินงานโดยเน้นให้เป็นแบบอย่างแก่เกษตรกรที่สนใจได้ศึกษาดูงานเพื่อนำไปพัฒนาเป็นดำเนินงานในพื้นของตนเองต่อไป ตามพระราชประสงค์ และพระราชดำริ ที่ทรงจัดตั้งโครงการแห่งนี้ขึ้น ให้เป็นศูนย์รวมพันธุ์พืชเศรษฐกิจ และการสาธิตการเลี้ยงสัตว์ให้เป็นโครงการตัวอย่างให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาเรียนรู้ นับตั้งแต่เริ่มดำเนินงานมาจนถึงปัจจุบัน มีนักเรียน นักศึกษา กลุ่มเกษตรกร เข้าไปศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง และราษฎรในพื้นที่ยังได้รับประโยนช์จากโครงการในหลายด้าน ทั้งมีไฟ้ฟ้าใช้ มีแหล่งน้ำสำหรับทำการเกษตร และใช้อุปโภคบริโภค ตลอดจนเส้นทางการคมนาคมสะดวกมากขึ้น อีกทั้งยังเก็บผลผลิตทางการเกษตรส่งจำหน่ายให้กับทางโครงการ ซึ่งส่งไปจำหน่ายต่อยังร้านโกเด้นท์เพลสสาขาต่างๆ ได้ด้วย ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเอาพระทัยใส่และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามผลการดำเนินงานและความคืบหน้าในแต่ละส่วนของโครงการเป็นระยะจนถึงปัจจุบัน