ishydro.dwr.go.th
หน้าแรก   |  ข่าวสาร   |  แผนที่   |  ค้นหา   |  ขอรับบริการข้อมูล   |  คำถามที่ถามบ่อย   |  ความเป็นมา   |  ติดต่อเรา   |  ดาวโหลด (ฟรี)  

70 ปี สดุดีมหาราชา

วันที่ลงข่าว 08/06/2016  เวลา 23:00:42

ชาวไทยทั้งแผ่นดินแซ่ซ้องสดุดี เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี ทุกภาคส่วนร่วมจัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดีทั่วทั้งประเทศ
ปี 2559 นับเป็นปีมหามงคลเนื่องในโอกาสเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี ทีมข่าวผู้จัดการ Live จึงขอนำพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบางส่วนมากล่าวไว้ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดมา
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 เสด็จสวรรคตโดยกระทันหัน เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ที่ขณะนั้นมีพระชนมพรรษาเพียง 18 พรรษา ได้ตัดสินพระทัยรับตำแหน่งพระมหากษัตริย์ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ สืบพระราชสันตติวงศ์เป็นพระมาหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ในวันเดียวกัน ตามคำกราบบังคมทูลเชิญจากรัฐบาล ทรงเฉลิมพระปรมาภิไธยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจากยังทรงพระเยาว์นัก และอยู่ในช่วงกำลังศึกษาต่อ ทางรัฐบาลจึงได้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทน
เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชภาระที่ต้องทรงรับในฐานะประมุขของประเทศ จากเดิมที่ทรงศึกษาในด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ พระองค์ทรงเปลี่ยนมาศึกษาต่อในด้านการเมืองการปกครองแทน ทั้งด้านกฎหมาย,รัฐศาสตร์,สังคมศาสตร์,รัฐประศาสนศาสตร์,อักษรศาสตร์ และวิชาอื่นๆ ที่จำเป็นในการปกครองประเทศ
ในปี พ.ศ.2493 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จนิวัตประเทศไทย โปรดเกล้าฯให้จัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ในวันที่ 24 มีนาคม ต่อมาเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส กับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร และได้ทรงสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ และโปรดเกล้าฯให้จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เฉลิมพระปรมาภิไธยเป็น “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร”
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นประมุขของประเทศ ก็ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเกิดขึ้นนานัปการ พระองค์เสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อรับฟังปัญหา และหาทางแก้ไข จนสามารถกล่าวได้ว่า “ไม่มีพื้นที่ไหนในประเทศ ที่พระองค์ไม่เคยเสด็จพระราชดำเนินไปถึง” และเกิดเป็นโครงการตามพระราชดำริต่างๆ มากมาย ทั้งด้านการเกษตร,ด้านชลประทาน,ด้านสาธารณสุข,ด้านการศึกษา,ด้านคมนาคม ฯลฯ
พระราชกรณียกิจต่างๆ เช่น การวิจัยพันธุ์พืชและปศุสัตว์ในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา,โครงการแกล้งดินและการปลูกหญ้าแฝกที่ช่วยรักษาทรัพยากรดิน,การสร้างเขื่อนและฝายกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง และ ‘กังหันน้ำชัยพัฒนา’ที่ช่วยบำบัดน้ำเสียและเพิ่มออกซิเจนในน้ำ ก็เป็นสิ่งประดิษฐ์หนึ่งของพระองค์ที่ได้รับสิทธิบัตรจาก กรมทรัพย์สินทางปัญญา และยังมีพระราชดำริส่วนพระองค์ในด้านอื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วนกว่า 3,000 โครงการ
อีกหนึ่งโครงการในพระราชดำริที่สำคัญคือ “โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียง” ที่พระองค์พระราชทานแก่ประชาชนเพื่อเป็นแนวทางในการจัดสรรพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คือการแบ่งพื้นที่น้ำ พื้นที่ทำนา พื้นที่ทำไร่ และพื้นที่สำหรับที่อยู่อาศัยและเลี้ยงสัตว์ ในสัดส่วน 3:3:3:1 เพื่อให้ประชาชนสามารถทำกินอย่างยั่งยืน พึ่งพาตนเองได้ และดำรงอยู่ได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดแนวทางนี้ไปยังประเทศที่กำลังพัฒนาต่างๆ ได้ประยุกต์ใช้อีกด้วย
ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี ที่พระองค์ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจจนเกิดเป็นโครงการกว่า 3,000 โครงการ ทั้งหมดนั้นก็เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนของพระองค์ให้ดียิ่งขึ้นอย่างทั่วถึงทุกภาค ให้มีความกินดีอยู่ดีและสามารถเลี้ยงตนเองได้โดยไม่เบียดเบียนผู้อื่น ตามที่พระองค์ทรงได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการเป็นสัจวาจาว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

ทุกภาคส่วนพร้อมใจ จัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดี

ในวันที่ 9 มิถุนายนนี้นั้น ประชาชนและหน่วยงานหลายภาคส่วนได้จัดกิจกรรมต่างๆ ขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี และพิธีเจริญพระพุทธมนต์เป็นพระราชกุศล และถวายพระพรชัยมงคล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกันทั่วทั้งประเทศ
พิธีทางศาสนา จะมีการตักบาตรสมเด็จพระราชาคณะ และพระสงฆ์ในโครงการ 770 รูป ที่พระบรมมหาราชวัง ประชาชนสามารถเข้าร่วมพิธีได้บริเวณถนนหน้าพระลาน จากนั้นกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะนำสิ่งของที่บิณฑบาต มอบให้สถานสงเคราะห์และผู้เร่ร่อนต่อไป
ต่อจากนั้นจึงเป็นพิธีถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระสงฆ์ในโครงการอุปสมบท 770 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีโครงการและกิจกรรมอีกมากมาย ทั้งโครงการทำความดีเพื่อถวายแด่พ่อหลวง,การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ทำดีเริ่มได้ที่ใจเรา”,การจัดทำตราสัญลักษณ์และหนังสือจดหมายเหตุงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี,การจัดมหกรรมคอนเสิร์ต การแสดงพลุดอกไม้ไฟ และแสงสีเสียงเฉลิมฉลองในโอกาสเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย