ishydro.dwr.go.th
หน้าแรก   |  ข่าวสาร   |  แผนที่   |  ค้นหา   |  ขอรับบริการข้อมูล   |  คำถามที่ถามบ่อย   |  ความเป็นมา   |  ติดต่อเรา   |  ดาวโหลด (ฟรี)  

“คลองลัดโพธิ์” คลองแห่งพระมหากรุณาธิคุณ กันภัยน้ำท่วม

วันที่ลงข่าว 04/12/2011  เวลา 16:35:51

มหาอุกภัยในปีนี้ที่ได้คลี่คลายลงในหลายพื้นที่ มีความรุนแรงมากกว่าทุกๆปี โดยเฉพาะกับคนกรุงเทพฯที่หลายพื้นที่ต้องจมบาดาลอยู่นานนับเดือน เพราะมีทั้งน้ำเหนือ น้ำทุ่ง แม่น้ำเจ้าพระยา และน้ำทะเลหนุน ถาโถมเข้าใส่ ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีการเร่งระบายน้ำที่ไหลทะลักเข้ามาไปตามลำคลองหลายสายที่มีอยู่ในกรุงเทพฯ แล้วก็ตามแต่ด้วยความที่น้ำมีจำนวนมาก คลองหลายสายก็ไม่สามารถรับน้ำได้และคลองก็ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน จึงทำให้น้ำไหลเอ่อล้นเข้าท่วมหลายพื้นที่ สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก

แต่กระนั้นก็ยังมีคลองอยู่หนึ่งสาย ที่มีขีดความสามารถในการช่วยป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯได้เป็นอย่างดี โดยคลองที่ว่านี้ก็คือ “คลองลัดโพธิ์” ซึ่งเป็นคลองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงมีกระแสพระราชดำรัส เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ไว้ว่าเป็นสถานที่ตัวอย่างของการบริหารจัดการน้ำ ที่ต้องการความรู้เรื่องเกี่ยวกับเวลาน้ำขึ้นน้ำลง หากบริหารจัดการให้ถูกต้องจะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้

ในอดีตคลองลัดโพธิ์เป็นคลองลัดแนวเหนือ-ใต้ของคุ้งน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหมู่ที่ 9 ตำบลทรงคนอง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ แต่มีสภาพตื้นเขิน หากปรับปรุงคลองลัดโพธิ์ จะช่วยให้แม่น้ำเจ้าพระยาไหลลัดลงทะเลได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯและปริมณฑล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงทรงมีพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทาน จังหวัดสมุทรปราการ กรมทางหลวง กรมเจ้าท่า กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ร่วมกันเร่งศึกษาพิจารณาวางโครงการ และดำเนินการปรับปรุงขุดลอกคลองลัดโพธิ์ พร้อมก่อสร้างอาคารประกอบในคลองลัดโพธิ์ตามความเหมาะสม ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

จึงได้เกิดเป็น "โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์" อันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้นมา เป็นการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร โดยยึดหลักการ "เบี่ยงน้ำ" (Diversion) ภายใต้การดูแลของหน่วยงานหลัก 3 หน่วยงานคือ กรมชลประทาน กรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.)

โดยมีหลักการที่ว่า จากสภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาเดิมที่มีลักษณะไหลวนคดเคี้ยวบริเวณรอบพื้นที่บริเวณบางกะเจ้านั้นมีความยาวถึง 18 กิโลเมตร ทำให้การระบายน้ำที่ท่วมพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานครเป็นไปได้ช้า ไม่ทันเวลาน้ำทะเลหนุน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯจึงมีพระราชดำริให้พัฒนาใช้คลองลัดโพธิ์ ซึ่งเดิมมีความตื้นเขินมีความยาวราว 600 เมตร ให้ใช้ระบายน้ำที่หลากและน้ำที่ท่วมทางสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่ทะเลทันทีในช่วงก่อนที่น้ำทะเลหนุน และปิดคลองลัดโพธิ์เมื่อน้ำทะเลหนุน เพื่อหน่วงน้ำทะเลไม่ให้ขึ้นลัดเลาะไปตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยาที่คดโค้งถึง 18 กิโลเมตรก่อนซึ่งใช้เวลามากจนถึงเวลาน้ำลง ทำให้ไม่สามารถขึ้นไปท่วมตัวเมืองได้ อีกทั้งยังได้มีการทดลองติดตั้งกังหันเพื่อทดน้ำสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งผลการทดลองก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ซึ่งอาจนำไปเป็นต้นแบบในการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำตามประตูระบายน้ำต่าง ๆ ได้ ด้วย

และเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคไปทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และทรงเปิดสะพานภูมิพล 1 ภูมิพล 2 ที่คนไทยต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงของพระองค์ท่าน อีกทั้งยังได้ประจักษ์ถึงประสิทธิภาพของประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ดร. เสรี ศุภราทิตย์ ได้เคยทำการวิเคราะห์สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ผ่านทางTPBS เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 54ไว้ว่า คนไทยทุกคนต้องประจักษ์ในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงที่พระองค์ทรงดำริให้สร้างประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ขึ้น เพราะว่าคลองลัดโพธิ์ไม่เคยประสบกับเหตุการณ์แบบนี้ เป็นครั้งแรกที่น้ำเหนือมามากและน้ำทะเลก็หนุนมากเช่นกัน ซึ่งช่วงที่น้ำลงคลองลัดโพธิ์ได้เปิดประตูน้ำ น้ำก็ระบายลงมาที่คลองลัดโพธิ์

“คลองลัดโพธิ์มีประสิทธิภาพศักยภาพตอนที่ออกแบบระบายน้ำได้ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปัจจุบันคลองลัดโพธิ์สามารถระบายน้ำได้ 660 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเทียบได้เท่ากับแม่น้ำยมหนึ่งสายสามารถผ่านประตูน้ำทางนี้ได้ และในกรณีที่น้ำทะเลขึ้นคลองลัดโพธิ์ก็จะต้องปิดประตูน้ำเพื่อไม่ให้น้ำทะเลหนุน ตอนนี้ในขณะที่น้ำทะเลขึ้นก็ไม่ได้มีการปิดประตูน้ำ แต่น้ำก็ไม่สามารถดันเข้าไปได้ แต่น้ำได้อ้อมผ่านไปทางบางกะเจ้า แล้วไหลย้อนกลับมาทางทิศเดิม นั่นหมายความว่าคลองลัดโพธิ์ได้ช่วยลดอิทธิพลของน้ำที่จะดันขึ้นไป ส่วนหนึ่งแน่นอนน้ำดันขึ้นไปถึงกรุงเทพฯชั้นใน แต่อีกส่วนหนึ่งก็ถูกตัดมาที่คลองลัดโพธิ์เหมือนกัน แสดงให้เห็นว่าพระมหากรุณาธิคุณมีความเชี่ยวชาญอย่างยิ่ง ทำให้บริเวณบางกะเจ้าทั้งหมด บางน้ำผึ้ง และหลายๆ อบจ.ด้วยกัน ตอนนี้สบาย ระดับน้ำตอนนี้ต่ำกว่าคั้นกั้นน้ำที่มีอยู่ 50-60 ซม. ปลอดภัยแน่นอน และถ้าน้ำจะหนุนมาอีก 60 ซม.เป็นไปไม่ได้”

“ฉะนั้นชุมชนแถวบางกะเจ้า บางน้ำผึ้งปลอดภัยแน่นอน คนกรุงเทพฯ ทั้งหลายไม่ต้องอพยพไปไกลถึงพัทยา หัวหิน ชะอำ มาอยู่ที่นี่ได้เลย เพราะมีโฮมสเตย์จำนวนมาก ไปพักผ่อน อย่าเครียดมาก คนกรุงเทพฯไม่ต้องเครียดมาใกล้ๆ พระประแดงนี่เอง ชัดเจนเลยว่าแถวบางกะเจ้า บางน้ำผึ้งตรงนี้น้ำไม่ท่วมแน่นอนยกเว้นแต่ว่าคั้นกันน้ำบางส่วนที่เป็นดินอยู่ อันนี้เราได้คุยกับนายกอบต.แล้วก็บอกว่าก็ต้องมีการป้องกันอย่างสุดชีวิตเหมือนกัน เพราะว่ามีบางส่วนเป็นคันคอนกรีต บางส่วนเป็นคันดิน” ดร. เสรี กล่าวอย่างมั่นใจ

สำหรับคลองลัดโพธิ์ นอกจากจะช่วยป้องกันเรื่องภัยน้ำท่วมได้แล้ว ทุกวันนี้บริเวณละแวกคลองลัดโพธิ์ยังได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวของอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ที่มีความน่าสนใจและเชิญชวนให้ไปเที่ยวกัน เพราะบริเวณคลองลัดโพธิ์ได้จัดทำเป็นสวนสาธารณะ ชื่อ “สวนสุขภาพลัดโพธิ์” ที่มีความร่นรื่นด้วยต้นไม่น้อยใหญ่ ให้ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อยใจ ออกกำลังกายได้

นอกจากนี้ภายในสวนยังมีอาคารพิพิธภัณฑ์โครงการวงแหวนอุตสาหกรรม ที่จัดแสดงนิทรรศการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1 เกี่ยวกับโครงการพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนที่ เกี่ยวกับประวัติและประเพณีวัฒนธรรมของชาวมอญ และส่วนที่ 3 เกี่ยวกับงานก่อสร้างโครงการถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ข้อมูลสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ข้อมูลด้านวิศวกรรมสะพาน

อีกทั้งบริเวณใกล้เคียงกับคลองลัดโพธิ์ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น ชุมชนคลองบางกะเจ้า ที่มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่มีความผูกพันกับสายน้ำ เป็นชุมชนที่อยู่กันอย่างสงบสุข มีสภาพแวดล้อมที่ดี มีความรื่นรมย์ของต้นไม้และสายน้ำอันน่าอยู่ รวมถึงยังมี “สวนศรีนครเขื่อนขันธ์” หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “สวนบางกระเจ้า” อยู่ในอ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีความร่มรื่นของแมกไม้ ที่นี่เป็นเหมือนปอดอันสดชื่นที่ชวนให้มาเที่ยวผ่อนคลาย มาทำกิจกรรมมากมายภายในสวน และก็ยังมี “ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง” เป็นตลาดน้ำ ที่มีพ่อค้าแม่ขายพายเรือมาขายของ และมีร้านค้าขายบนบกด้วย ให้ได้เลือกซื้อ เลือกชิม เลือกช้อปของกินคาว-หวาน และของอื่นๆ อีกอย่างมากมาย